อีธาน ฮันต์กับภารกิจที่เป็นไปไม่ได้(อีกครั้ง) ใน Mission: Impossible – Fallout

ภาพยนตร์เรื่อง Mission: Impossible – Fallout เป็นภาพยนตร์แนวแอคชั่นภารกิจสายลับจากประเทศอเมริกา สร้างโดย แบดโรบอตโปรดักชันส์และ สกายแดนซ์มีเดีย จัดจำหน่ายโดยบริษัท พาราเมาต์พิกเจอส์ กำกับการแสดงและเขียนบทโดย คริสโตเฟอร์ แมคควอร์รี นักเขียนบทชาวอเมริกันเจ้าของผลงานบทภาพยนตร์เรื่อง Valkyrie (2009), The Tourist (2010), Edge of Tomorrow (2014)และ The Mummy (2017) อีกทั้งยังเคยควบตำแหน่งผู้กำกับการแสดงและนักเขียนบทในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดชื่อดังอย่างเรื่อง Jack Reacher (2012)และ Mission: Impossible – Rogue Nation (2015)  มีผู้อำนวยการ   สร้างหลายท่านหนึ่งในนั้นคือเจ.เจ. แอบรัมส์ สุดยอดผู้กำกับผู้เคยชีวิตให้กับภาพยนตร์เรื่อง Star Trek (2009) สตาร์ เทรค: สงครามพิฆาตจักรวาล และ Star Wars: The Force Awakens (2015) สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 7: อุบัติการณ์แห่งพลัง อีกทั้งยังมีผู้อำนวยการสร้างที่ควบตำแหน่งนักแสดงนำชายในภาพยนตร์เรื่องนี้มายาวนานตั้งแต่ภาคแรกอย่างทอม ครูซ ในบท อีธาน ฮันต์ พระเอกของเรื่อง ร่วมด้วยไซมอน เพกก์ นักแสดงและผู้กำกับสายฮาชาวอังกฤษผู้โด่งดังจากบทมอนต์โกเมอรี สกอตต์แห่ง Star Trek (2009)

Mission: Impossible – Fallout  Ethan Hunt

Mission: Impossible – Fallout Ethan Hunt

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์ในภาคต่อลำดับที่ 6 ของภาพยนตร์เรื่อง Mission Impossible (1996) ผ่าปฏิบัติการสะท้านโลก ผลงานของ ไบรอัน เดอ ปาลมา ผู้กำกับชาวอเมริกัน โดยจะว่าด้วยเรื่องของยอดชายหนุ่มนามอีธาน ฮันต์ สายลับหนุ่มหน้าใสแห่งหน่วยงาน IMF หน่วยสายลับพิเศษของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเป็นการเฉพาะ ในปฏิบัติการหนึ่งหัวหน้าทีมที่เคารพรักของเค้าและแฟนสาวของอีธานเกิดพลาดท่าเสียทีฝ่ายตรงข้ามทำให้เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ เหลือเพียงเค้าที่ต้องหนีรอดชีวิตมาได้จนในเวลาต่อมาเค้ากลับต้องพบว่าความจริงที่เกิดขึ้นในภารกิจนั้นอาจไม่ใช่อย่างที่เค้าคิดและยังมีภารกิจใหม่ที่จะเปิดเผยเรื่องราวที่แท้จริงเพื่อจับคนชั่วมาลงโทษได้เริ่มขึ้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์แนวสายลับซึ่งเปิดยุคใหม่แห่งภาพยนตร์แนวสายลับของอเมริกาที่แม้จะมีกลิ่นไอของภาพยนตร์สายลับก้องโลกของประเทศอังกฤษ James Bond 007 (เจมส์ บอนด์ 007) หากแต่ในขณะที่ภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์ จะเน้นความเด่นไปที่ตัว “เจมส์ บอนด์” ยอดสายลับหนุ่มที่โซโล่เดียวไล่ล่าศัตรูพร้อมอาวุธประดิษฐ์สายลับคู่ใจที่ผลิตจากหน่วย MI6 ซึ่งทำให้เค้าสามารถทำภารกิจต่าง ๆ ในเรื่องได้อย่างง่ายดายไม่น่าเชื่อแถมยังอิงความเป็นแฟนตาซีนิด ๆ ด้วยการไปไหนมาไหนด้วยใบหน้าจริงพร้อมบอกชื่อ “ผมคือเจมส์ บอนด์” ซึ่งน่าขัดใจว่าแล้วศัตรูจะไม่รู้ตัวก่อนเหรอท่าน ทางฟากฝั่งภาพยนตร์ Mission Impossible กลับเลือกที่จะนำจุดอ่อนของภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ 007 ในเรื่องนี้มาขยี้ใหม่ให้สมจริงด้วย “เครื่องทำหน้ากากปลอม” ที่คนในทีมของอีธาน ฮันต์ในแต่ภารกิจจะได้ใช้สวมใส่ปิดบังปลอมใบหน้าตัวจริงของตนแถมด้วยเน้นการปฏิบัติภารกิจเป็นทีมในแต่ละภาคซึ่งจะมีลูกทีมพลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาช่วยพระเอกของเราปฏิบัติภารกิจในครั้งใหม่(อาจมีหน้าเดิมบ้าง) ซึ่งเราจะได้ชมพัฒนาการของพระเอกอีธาน ฮันต์ ตั้งแต่เป็นสายลับหน้าใสวัยละอ่อนมาเป็นหนุ่มใหญ่วัยฉกรรจ์ฉากเริ่มต้นวางแผนภารกิจที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ภาพการโหนโจนทะยานจากยอดตึกเพดานห้องเพื่อช่วงชิงสิ่งของสำคัญในภารกิจอีกทั้งเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ดังติดหูมาถึงปัจจุบันอย่าง Theme from Mission: Impossible ที่ฟังแล้วบอกได้ทันทีว่ามาจากเรื่องไหนจึงทำให้มีการสร้างภาคต่อมาเอาใจแฟน ๆ ติดต่อกันหลายภาค

Fallout  Ethan Hunt

สำหรับในภาคที่ 6 นี้ เพราะภารกิจที่ผิดพลาดของทีมที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายอีธาน ฮันต์ จึงต้องกลับมานำทีมภารกิจเพื่อค้นหาและหยุดยังระเบิดนิวเคลียร์สามลูกที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ อีกทั้ง ต้องขอบอกด้วยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มี เฮนรี แควิลล์ ผู้โด่งดังจากบทซูเปอร์แมนในภาพยนตร์เรื่อง Man of Steel (2013), บุรุษเหล็กซูเปอร์แมน,Batman v Superman: Dawn of Justice (2016)  จากค่าย DCร่วมแสดงในภารกิจครั้งใหม่นี้ พบกับการกลับมาของอีธาน ฮันต์ในภารกิจครั้งใหม่ของเค้าได้ใน Mission: Impossible – Fallout